2006/Feb/07

วันนี้มัวแต่เถลไถลครับ

ตื่น 10 โมง ไปติดต่อเรื่องทุนที่โรงพยาบาลที่ต้องการทำงานในอนาคต

ปรากฏว่าโอกาสได้ทุนน้อยมากๆ ถ้าจะเอาทุนต้องไปเรียน subspecialty ที่ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ ทำให้ต้องกลับมาทบทวนและหาข้อมูลใหม่อีกครั้ง

แต่ได้รู้อะไรลึกๆอีกเยอะแยะในวงการราชการ (น่าเบื่อมากตามเคย)

และได้รู้ว่าคราวที่แล้วที่ไปสัมภาษณ์แล้วเขาไม่รับนอกจากเหตุผลที่ว่ายังใช้ทุนไม่ครบแล้ว พี่ที่ไปคุยด้วยบอกว่าผมดู strict เกินไป ทำอะไรต้องเป๊ะๆๆๆๆ ตรงไปตรงมามากๆ คนอื่นอาจอึดอัดที่จะทำงานด้วย

ก็จริงนะ อิอิ แต่แหม ก็เล่นจัดบรรยากาศการสัมภาษณ์ซะอย่างนั้น ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่คุ้นเคยก็ต้องเครียดเป็นธรรมดา ลองคุยกับผมนอกรอบสิครับ ผมว่าจะได้รู้จักตัวตนของผมจริงๆมากกว่านะ ดูภายนอกผมอาจจะไม่น่ารักเท่าไหร่ แต่ผมจริงใจนะครับ อิอิ

อย่างไรก็ตาม ก็ได้ commment มาว่า บุคลิกเหมาะจะไปเป็นอาจารย์ แหม ดีใจจัง เพราะว่าเป็นสิ่งที่ผมใฝ่ฝันเลยนะครับ แต่ชีวิตมันไม่ได้ง่ายแบบนั้น ถ้าไม่มีทุน โอกาสที่จะได้เรียนที่ดีๆก็น้อย แต่ถ้าเอาทุนของรพ.จังหวัดที่ไม่อยากไปอยู่ สุดท้ายก็ต้องเสียเวลาไปกับที่ที่ไม่ชอบอีก

Idealistic Goal ตอนนี้ก็คือ เวลาสัทภาษณ์ ผมจะมีประกายของคนที่สามารถเป็น staff ได้จะเปล่งออกมาจนอาจารย์บอกว่า "หมอมา free train เถอะ" โอ้วววว ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ดีน่ะสิ แต่ก็เป็นไปได้ยากเต็มที เพราะความดีแบะความจริงนั้นต้องอาศัยเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ จะว่าไปสำหรับผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหลาน ผมเหมือนคนไม่มีหัวนอนปลายเท้า เส้นสายก็ไม่มี จะหวังอะไรกันมากมาย

สรุปว่าตอนนี้ ลืมโรงพยาบาลที่ว่าซะเพราะคงไม่มีโอกาสไปทำงานที่นั่นแล้ว(ตรงตามลางสังหรณ์) แล้วไปหาข้อมูลโรงพยาบาลอื่นแทน ลืมทุกอย่างไปก่อน ตอนนี้สิ่งที่เหมาะสมที่สุดก็คือ หาทุนไปเรียน ให้ได้เรียนก่อน ไม่อย่างนั้นก็ไม่สามารถที่จะเลือกอะไรต่ออะไรในอนาคตต่อไปได้

กว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยก็เย็นๆค่ำ แต่ก็ต้องไปทำอะไรต่ออีก+เถลไถลเพราะไม่อยากกลับเลย สุดท้ายออกเดนทางช้ามาก กว่าจะถึงบ้านก็ดึกดื่นค่อนคืนทั้งแม่ทั้งแฟนโทรมาเช็คว่าอยู่ที่ไหน ถึงบ้านหรือยังอืม ผมดุแลตัวเองได้น่า ถึงบ้านโดยสวัสดิภาพแล้วครับ

พรุ่งนี้ก็ต้องกลับมาทำงานเดิมๆอีกแล้ว เบื่อจังเลย แต่ว่า ก็รู้สึกดีขึ้นนะ เรื่องที่ผ่านไปแล้วก็คือเรื่องที่ผ่านไปแล้ว สมหวังบ้าง ผิดหวังบ้าง แต่ผมก็ต้องเชิดศีรษะ ยืดอก และลุกยืนขึ้น เพื่อที่จะหาทางให้กับชีวิตและก้าวเดินต่อไป

...วันนี้มีเท่านี้แหละครับ...

ปล1.วันนี้คุณครูสอนผมทำ body wave ด้วย แต่ยังทำไม่เก่งเลย ต้องหัดเยอะๆ อยากเต้นได้สวยๆบ้างอิอิ

ปล2.วันนี้คนที่ผมเป็นฮ้วงงงงง...เป็นห่วงเขาร้องไห้ด้วยล่ะครับ แต่จะถามก็ใช่ที่เพราะว่าไม่อยู่ในฐานะที่จะถามได้ ถามทีไรก็เหมือนจะไม่สะดวกใจที่จะบอก หรือไม่ก็โกรธไปเลย เอาเป็นว่าคอยให้กำลังใจอยู่เงียบๆก็แล้วกัน : )

ปล3.ความรักความความปรารถนาดีที่ไม่ต้องการที่จะครอบครองและไม่หวังสิ่งอื่นใดนอกจากให้อีกฝ่ายมีความสุขนั้นมีอยู่จริงนะครับ

ปล3.ตอนหนึ่งจากเรื่อง "เจ้าชายน้อย"(Le Petit Prince) ของ ปิแอร์ แซงแต็ค ซูแปรี (จำเนื้อเรื่องจรงๆไม่ได้นะครับ แต่ใจความประมาณนี้)

เจ้าชายน้อยบอกว่า

"ถ้าเธอบอกว่าเธอเห็นบ้านหลังหนึ่ง เป็นบ้านสีฟ้า มีหลังค าปล่องไฟ และผ้าม่านสีขาว ทางเดินหน้าบ้านเป็นอิฐสีเหลือง และมีต้นกุหลาบที่ออกดอกสีแดงสะพรั่งอยู่รอบรั้ว ผู้ใหญ่จะไม่เข้าใจว่าเธอหมายถึงอะไร"

"แต่ถ้าเธอบอกว่า บ้านหลังนั้นราคา 10 ล้านบาท ผู้ใหญ่จะบอกเธอว่า บ้านหลังนั้นสวยงามมาก"

บางทีอาจจะมีแต่เด็กๆเท่านั้นที่เข้าใจว่า "คุณค่า" นั้น ไม่สามารถตีออกมาเป็น "มูลค่า" ได้หรอกครับ

ปล4.คุณค่าในชีวิตของคนบางคนก็คือความเฉลียวฉลาดและความดีงามทั้งปวง

ปล6.ของบางอย่างก็ไม่อาจเห็นได้ด้วยตา แต่สัมผัสได้ด้วยใจครับ

ปล5.แล้วคุยกันใหม่ครับ

Comment

Comment:

Tweet


เป็นกำลังใจให้ได้ในสิ่งที่ต้องการนะคะ
#5 by สองหอยคู่พิฆาต At 2006-02-17 10:31,
ตั้งแต่ทำงานมาร่วมเดือนกว่าๆ

ไม่มีเวลาเข้ามาเล่นเน็ต และแชท เหมือนแต่ก่อนเร้ยยย

ว่าแต่ พี่หมอ สบายดี นะครับ
#4 by JAYZ (202.133.176.3) At 2006-02-12 20:58,
อยากจะบอกว่า... อย่าคิดมากเลยค่ะ ถ้าไม่ได้ทุน ก็จะดูเป็นองุ่นเปรี้ยวไปไหมหว่า... แต่ก็อยากจะบอกอย่างนั้นจริงๆ นะคะ เพราะถ้าไม่ได้ก็ไม่ใช่ว่ามันจะหมดโอกาส ณ. แค่ตรงนั้น แต่มันยังมีโอกาสอื่นๆ ที่รออยู่อีกมากมาย บางครั้งมันอาจจะดีกว่าคราวนี้ก็ได้นะคะ

เพราะงั้นไม่ต้องไปสนใจอะไรมาก แค่ลุกขึ้นมาแล้วเดินใหม่ดีกว่านะคะ
#3 by naj-chan At 2006-02-07 18:12,
เจ้าชายน้อยนี่ยิ่งอ่านยิ่งชอบนะครับ

เป็นการเบรคตัวเองที่ใช้ชีวิตอยู่ในโลกทุนนิยม..
#2 by Formula 25 At 2006-02-07 13:20,
ไม่เป็นไรนะครับ โอกาสยังมีอีกเยอะ... อยู่ในช่องว่างระหว่างวงกลม .... (วันนี้เพิ่งอ่านเจอ เอามาใช้ซะเลย)
ยังไงก็เป็นกำลังใจให้นะครับ คุณหมอ