2006/Feb/25

หลายคนที่จะเรียนหมอ หรือ มีเพื่อนเป็นหมอ หรือ รู้จักกับคนที่เป็นหมอก็คงรู้ดีว่า เส้นทางของวิชาชีพนี้ ยาวไกลมากๆ แถมยังไม่มีโอกาสเลือกอะไรที่เป็นของตัวเองได้มากนัก

"หมอ" เป็นความใฝ่ฝันที่สวยงามนะครับ อาชีพที่ใส่เสื้อกาวน์สีขาว เต็มเปี่ยมด้วยความรู้ความสามารถและความเมตตา ทุ่มเทและเสียสละเพื่อช่วยคนให้รอดตาย หรือหายเจ็บป่วยพ้นจากความทุกข์ทรมาน

เป็นอาชีพที่มีเกียรติ น่าศรัทธา และ...เท่ห์มาก... อิอิ

ผมเองเคยใฝ่ฝันที่จะเป็นหมอ ออกชุมชนช่วยชาวบ้าน ใช้แรงกาย สติปัญญา และสิ่งต่างๆที่ผมมี ช่วยเหลือคนไข้ที่ยากจนช่วยเหลือตัวเองไม่ได้

ผมขอบคุณสังคมและโรงเรียนแพทย์ ที่ทำให้ผมมีอุดมการณ์อันแรงกล้า และมีทัศนคติที่ดีต่อวิชาชีพ เต็มไปด้วยความศรัทธาต่อความเป็นหมอ และตั้งใจจะเสียสละเพื่อชุมชน

เพื่อนผมหลายคนมีจิตใจดี ทุกคนอยากอยากเป็นหมอและมีความสุขกับความงดงามของวิชาชาชีพ

แต่หลังจากจบมาทำงานและออกมาใช้ทุนที่โรงพยาบาลชุมชนแล้ว 90 เปอร์เซ็นต์หมดไฟไปเรียบร้อยแล้วล่ะครับ การใช้ทุนสามปีเป็นความทุกข์ทรมานและทำอย่างขอไปที เพื่อให้วันเวลาหมดไปจนกว่าจะถึงเวลาที่จะก้าวไปสู่สิ่งที่ดีกว่า

กระทรวงปลุกฝังให้พวกผมเชื่อว่า การทำงานในชุมชนจะทำให้ได้ประสบการณ์ที่แสนจะประทับใจและสิ่งดีๆต่างๆมากมาย แต่นั่นเป็นแนวคิดเมื่อสิบปีก่อนครับ เมื่อความดีงามยังส่องประกายและมีคุณค่างดงาม

ไม่ใช่ยุคทุนนิยมในปัจจุบัน

สำหรับโรงพยาบาลชุมชนที่ห่างไกลนั้น คนที่ตั้งใจจะอยู่ต้องมองโลกในแง่ดีมากๆ สามารถขุดค้นเอาความชื่นใจจากความเลวร้ายหลายๆอย่างออกมาหล่อเลี้ยงจิตใจ หรือไม่ก็มีอุดมการณ์อันแรงกล้า กล้าท้าทายต่อความอยุติธรรมและความยากลำบากต่างๆนานา ซึ่งอาจจะไม่เคยรับรู้หรือประสบพบเจอมาก่อนเลยทั้งชีวิต

ถ้าแก้ปัญหาเรื่องแรงจูงใจไม่ได้ ก็ไม่มีทางทำให้หมอมีในชนบทได้

ส่วนใหญ่แล้วทุกคนก็ใช้ทุนเพื่อให้ได้เรียนต่อ เพราะถ้าไม่ใช้ทุนให้ครบ โอกาสที่อาจารย์จะรับเข้าเรียนก็จะน้อย นอกจากนี้แล้วยังต้องหาทุนจากโรงพยาบาลไป หมายความว่าไปตกลงกับทางโรงพยาบาลว่า ขณะที่เรียนให้จ่ายเงินเดือนให้ด้วย แต่หลังจากเรียนจบ ก็ออกมาทำงานให้โรงพยาบาลแห่งนั้น หนึ่งเท่าหรือสองเท่าของปีที่ไปเรียน แล้วแต่

มันก็ดีที่เป็นการรับประกันว่ามีงานทำนะครับ แต่ว่า ก็ต้องมาอดทนกับระบบงานของโรงพยาบาลรัฐเป็นเวลาหลายปี

ผมได้คุยกับหมอหลายคนที่ยังรับราชการอยู่ ยุคสมัยเปลี่ยนไปมาก แต่ระบบความคิดก็ยังไม่เปลี่ยน คือ ระบบราชการต้องการคนที่จงรักภักดีกับองค์กรโดยไม่มีเงื่อนไข และไม่มีแรงจูงใจใดๆทั้งสิ้น

เดิมทีศรัทธานั้นเป็นเรื่องที่ทำให้ดำรงชีวิตอยู่ได้ สำหรับหมอ การที่ได้ทำงานอย่างสบายใจทุกๆวันโดยไม่มีความกดดันจากระบบหรือคนไข้ที่ไม่สามารถแก้ไขได้นั้น คือความใฝ่ฝันอันสูงสุด

ทุกในนี้รักษาคนไข้ด้วยความหวาดระแวงผู้รับบริการที่เรียกร้องมากและมีการรับรู้ที่จำกัด เรื่อยไปถึงข้อจำกัดทางด้าน คน ของเงิน และการบริหารจัดการต่างๆ ทำให้โอกาสพลาดมีสูงขึ้น โอกาสถูกฟ้องร้องมีมากขึ้น

ซึ่งไหนๆก็ต้องเจอคนไข้แบบนี้อยู่แล้ว สู้ไปทำงานในที่ที่เลือกเวลาทำงานได้มีความยืดหยุ่นของการใช้ทรัพยากรต่างๆได้มากกว่าจะดีกว่า ไม่ต้องกลืนไม่เข้าคายไม่ออกอย่างทุกวันนี้

ผมเรียกมันว่า ระบบขี้ข้าของกระทรวง ใช้ทุนแล้วใช้ทุนเล่า ไม่จบไม่สิ้น เหมือนเกิดมาเพื่อจะอยู่ในคุก ถ้าไม่ยอมเขาก็ไม่ให้โอกาส ใช้ทุนไม่ครบก็ไม่ได้เรียนต่อ จะไปเรียนก็ต้องเอาทุนไป (ยกเว้นว่ามีเส้นสาย) ก็กดขี่ข่มเหงกันเรื่อยไป

จนกว่าจะถึงวันพรุ่งนี้ที่จะได้มีชีวิตใหม่

น่าเสียดายที่ไม่มีโอกาสเลือก มีแต่คำว่าอดทนเท่านั้น

นับถอยหลังทุกวัน รู้สึกชีวิตไม่ก้าวหน้า ด้อยโอกาสและโง่งมที่เลือกเส้นทางนี้

เบื่อครับ

Comment

Comment:

Tweet


คุณหมอเข้ามาเป็นกำลังใจให้น่ะค่ะ สูต่อไปอย่าท้อน่ะค่ะ คุณหมอเมีดอกาสที่ดีที่ได้เป็นหมอ แต่ในทางกลับกันคนที่ยากไร้กว่าหมอและทุกข์ยากกว่าหมอยังมีอีกเยอะ เช่นกรรมกรที่ต้องรับจ้างหาเช้ากินค่ำ บางวันแทบจะไม่มีข้าวกินด้วยซ้ำยังไงเป็นกำลังใจให้น่ะค่ะ หนู่เองกแอบชอบหมอฟันอยุ่คนนึงแต่เขาคงไม่มองคอย่างหนูหรอกอิอิ คงมองคนระดับเดียวกันแน่เลย
#5 by สมาคมตนรักหมอฟัน (119.31.121.69) At 2010-04-10 19:58,
ขอเป็นกำลังใจให้คุณหมอสู้ต่อไปเหมือนกันคับ ผมเองก็ต้องใช้ทุนเหมือนกัน ถึงจะไม่ใช่หมอก็เถอะ แต่ก็เป้นคนที่ชาวบ้านเรียกหมอเช่นกัน และก็เป็นคนที่ทราบข้อบกพร่องของระบบเช่นกัน

ถึงแม้ รพช ที่คุณหมออยู่จะไม่สร้างความทรงจำที่ดีให้คุณหมอเท่าไรนัก แต่ขอให้คุณหมอคิดว่าเป็นการทำบุญเพื่อผู้ป่วยตาดำๆที่คาดหวังในตัวเราครับ แล้วจะมีกำลังใจมากขึ้น

ขอเป็นกำลังใจให้ครับ
#4 by ๐๐Latte`๐๐ At 2006-03-29 23:50,
ขอบคุณมากครับ
#3 by morgaynoom At 2006-02-25 18:47,
อย่าคิดว่าคนในโลกไซเบอร์ไม่จริงใจนะครับ เพราะคนที่พิมนี้ก็เป็นคนเหมือนกัน



สู้ๆ นะครับคุณหมอ ผมเองก็จะเดินไปในเส้นทางที่ผมฝันไว้เหมอืนกัน /no1
#2 by ravender At 2006-02-25 18:36,
อย่าท้อครับ จงนึกถึงหน้าของเด็กหรือคนยากไร้ที่จะเข้ามาให้คุณรักษา ถ้าไม่มีคุณพวกเค้าก็ไม่รู้จะพึ่งพาใคร การที่ผมบอกไปแบบนี้อาจดูเห็นแก่ตัวซักนิด แต่ถึงไงก็ไม่อยากให้คุณหมดไฟ คิดซะว่าทำเพื่อองค์ในหลวงของเรา และประชาชนตาดำๆนะครับ แม้ว่ามันจะยากลำบากเพียงใดแต่ถ้าคุณทำมันได้คุณก็จะรู้สึกภูมิใจ และถ้าผ่านไปได้แล้วคุณเองก็จะรู้ว่าคุณก็ทำได้ครับ ตอนผมเป็นเด็กเวลาผมปวดหัวปวดท้องไม่สบายทีไร ผมคิดว่าจะได้ถึงมือหมอผมก็รู้สึกสบายตัวขึ้นมาทันทีมันเป็นไปเองโดยธรรมชาติครับ และผมก็คิดว่าคนไข้หลายๆคนก็คิดแบบเดียวกับผม การที่ได้ประกอบอาชีพที่ทำให้คนรู้สึกอุ่นใจแม้ไม่ได้เป็นนายกคุณก็ทำได้ครับ ผมรู้สึกดีใจที่ครั้งนึงคุณหมอเองก็คิดอยากจะรักษาคนที่อยู่ในชุมชน ช่วยเหลือคนไข้ที่ยากจน ประเสริฐจริงๆครับ ผมอยากให้คุณหมอคิดแบบนี้ มาในเส้นทางนี้ครึ่งทางแล้วนะครับถ้าย้อนกลับไปมันก็อีกครึ่งทาง สู้วิ่งตะลุยไปอีกครึ่งทางข้างหน้าฝ่าไปให้ได้นะครับคุณหมอ เนี่ยแหละครับลูกผู้ชาย
#1 by ravender At 2006-02-25 18:34,