MyDiary

2006/Mar/16

อารัมบท

เมื่อวาน internet เพิ่งดี เล่นจนตาแฉะ เอิ๊กกก นอนดึกเลยเมื่อคืนนี้ เช้านี้ตื่นเกือบสาย แต่ยังไปทำงานทันอยู่คนไข้นิดเดียวเอง นับเป็นนิมิตหมายอันดี อิอิ

เรามาเริ่มกันเลยดีกว่า

เจ้ากอกล้วย ประกายรัศมีม่วง ณ แอบจิต

เมื่อเร็วๆนี้ผมไปเที่ยว ณ สถานที่อโคจรแห่งหนึ่ง (สหครับ ไม่ใช่สถานที่เฉพาะกินแต่อย่างใด)

เพื่อนหญิง A : หมอๆ

ผม : อย่าเรียกหมอดิ ผมเป็นคนงาน (ไปเที่ยวกลางคืนต้องปกปิดสถานภาพครับ อิอิ)

เพื่อนหญิงเ A : ก็ได้ๆ ลุงๆ (ซะงั้น ฮ่วย) น้องคนนั้นเค้าอยากคุยด้วย เขาให้มาขอเบอร์อะ จะให้มั้ย

ผม : ไหนๆ (ชะเง้อชะแง้แลหา เห็นหนุ่มน้อยหน้ามน ขนหัวเป็นพังค์ใส่เจลล์โด่ตั้งแข็งกะโด๊ก ใส่ตุ้มหูสิบอัน แถมยังสักด้วย เสป็คพี่แบบ...สุดขั้วไปอีกข้างนึงเลยน้อง โอ้วววว ทำไมน้องไม่ตัวเล็ก ขาวตี๋ ปากนิดจมูกหน่อย แก้มยุ้ยๆน่าหยิกฟะ จะได้แถมเบอร์พร้อมที่อยู่พร้อมโกหกว่าโสดได้ให้โดยไม่ลังเล แต่ผมก็พูดได้แค่ว่า...) อ้าว ผู้ชายเหรอ

เพื่อนหญิง A : อื้ม

ผม : แล้วมันจะเอาเบอร์ผมไปทามม๊ายยย ถ้าอยากได้มาคุยเองละกัน

เพื่อนหญิง A: โอเค

สักพัก.....

น้อง B นามสมมติ : พี่ครับ พี่ชื่อไร

ผม : พี่ชื่อ...เบนโล...ครับ

น้อง B นามสมมติ : พี่ทำงานแล้วเหรอครับ

ผม : ทำแล้ว ดูหน้าดิ (หัวเราะ)

น้อง B นามสมมติ : พี่อยู่รพ. XXX เหรอครับ

ผม : อืม พี่เป็น ...เบนโล... น่ะงาน

น้อง B นามสมมติ :เหรอครับ แล้ว... บลา บลา บลา....

ผม : อืมอืม ....เบนโล....เบนโล....เบนโล....เบนโล....เบนโล....เบนโล

น้อง B นามสมมติ : ขอเบอร์พี่ได้ไหมครับ

ผม : เอาดิ เมมไว้นะ 01 เบนโลๆๆๆๆๆๆ

น้อง B นามสมมติ : โทรไม่เห็นติดเลย

ผม : ผมไม่ได้เอามือถือมาน่ะ มาเที่ยวเดี๋ยวเมาแล้วหาย (เบนโล เบอร์นั้นเลิกใช้ไปแล้ว) โทรพรุ่งนี้ดิ

น้อง B นามสมมติ : ครับ แล้วพรุ่งนี้ผมจะโทรหานะครับ

ผม : เออ มีไรก็โทรมาละกัน

น้อง B นามสมมติ : ผมไปหาเพื่อนก่อนนะครับ

ผม : เออๆ ตามสบาย โชคดีๆ(กระดกเหล้าหนึ่งอึก แล้ว dance ต่อไป)

สักพัก

เพื่อนสาว C : แก เป็นไง

ผม : ทำไม

เพื่อนสาว C : น้องเค้าชอบแกอะ เค้าถามว่าแกเป็นมั้ย

ผม : (เออ กูรู้แล้ว แต่มากับเพื่อนที่รพ.จะโป๊ะแตกได้ไง) เหอะๆ ไม่อะ ไม่เป๊ค

เพื่อนสาว C : ให้เบอร์เขาไปไหม

ผม : เอ้าโช้นนนนนนน (ขี้เกียจตอบเลยแกล้งเมาซะงั้น....แม้แต่เมายังเบนโล โอ้ว อนาถจิต เอิ๊กๆ)

Dance ๆ(สาวแตกซะ) แล้วก็กลับบ้าน ข้อคิดวันนี้ คิดให้ดีก่อนมาขอเบอร์แอบครับ อิอิ

หมายเหตุ : ทำไมไมมีผู้หญิงมาขอเบอร์ช้านนนนนนน สงสัยพลังวัตสูงส่ง รัศมี K คงแก่กล้ามากไป ไปเที่ยวทีไรมีแต่ผู้ชายมาขอเบอร์ ฮ่วย

เซ็งจิตชีวิตแอบ

เง้อออออออ ซะงั้น

เดือนนี้ผมต้องไปบรรยายเยอะมาก พรุ่งนี้ 1 วัน วันจันทร์ 1 วัน และปลายเดือนอีก 1 วัน เตรียม slide 3 ชุด ทำเสร็จไปอันนึงละ แต่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่

ช่วงนี้ซังกะตายมาก แบบ อยากหายใจไปวันๆ ขี้เกียจทำอะไรมาก เบื่อการโดนบังคับเป็นที่สุด

ตอนบ่ายประชุมของรพ.อีก เฮ้อ จริงๆทุกคนก็รักผม ต้องการให้ผมทำงานนะ แต่ผมกลับไม่รู้สึกอยากจะสนใจหรือรักองค์กรเลย คืออยู่เพื่อที่จะไป ถ้างานไหนผมทำแล้วไม่เอื้ออำนวยอะไรกับชีวิตผมมากผมก็จะทิ้งๆขว้างๆ นับวันนับคืนให้การใช้ทุนมันสิ้นสุด

การทำงานกับคนนี่มันเหนื่อยนะครับ

งั้นก็อย่าไปทำมันเลย ช่างแม่ง เหอๆ

จิปาถะ

1.วันนี้เขามาซ่อมประตูให้ผมแล้ว บานใหม่สีเขียวหัวเป็ดงดงามมาก แถมมีเลขสองที่หน้าประตูด้วย ผมไม่รู้เหมือนกันว่ามันเคยเป็นประตูของอะไรมาก่อน แต่มันก็ดีกว่าประตูเห่าที่ผุและหักไปครึ่งบาน ถีบทีเดียวพัง โอ้วววว ดีนะที่เป็นประตูหน้า แต่ผมสัญญาครับ ว่าผมจะทะนุถนอมประตูหน้าเขียว(หมายความว่าเป็นประตูสีเขียวที่อยู่หน้าบ้าน)บานน้อยๆของผมเป็นอย่างดี อิอิ

2.ผมไปเสียภาษีมาแล้ว ทำไมคนเงินเดือนน้อยอย่างผมต้องเสียภาษีเยอะขนาดนี้ด้วยยย เกลียดนายก เกลียดนายก เกลียดนายก แง้....

3.เมื่อวานแม่เอากับข้าวมาให้ อร่อยมาก อ้วนมาก (แล้วกินเข้าไปเยอะแยะขนาดนั้นทำไม)

ไม่จริ๊งงงงงงงงงงง

แต่วันเสาร์นี้ผมจะได้ไปออกกำลังกายแล้ว

สดชื่นล่วงหน้าครับ อิอิ

กำเมืองวันละ(หลาย)กำ

วันนี้ขอเสนอกำว่า "ปึกขะเญ่อ" แปลว่า extremely stupid ค้าบบบบ

ปล1.ถ้ามีคนมาหลงรักคุณ แต่คุณไม่สามารถรักเขาได้ เพราะว่าคุณมีแฟนแล้วและไม่ได้ชอบเขาแบบนั้นคุณจะทำอย่างไรครับ

ปล2.ก้ายบ่ะ วันนี้ แง้ว

ปล3.คิดถึงแฟนครับ

ปล4.ไดย้าวยาว จบแล้วค้าบบบ

2006/Feb/23

Chronic Obstructive Pulmonary Disease แปลว่า โรคหลอดลมอุดกั้นเรื้อรัง แปลแล้วยิ่งงง แปลให้ง่ายกว่านี้ คือ โรคของปอดอย่างหนึ่ง ที่มีการเสื่อมสภาพของปอดอย่างถาวรเนื่องจากการสูบบุหรี่

เป็นในคนที่สูบบุรี่เป็นประจำ เป็นระยะเวลานานๆ ว่ากันตามตำราก็คือ 5 pack year (หมายถึงปริมาณชุหรี่ที่สูบ คคำนวณได้จาก จำนวนบุหรี่คิดเป็นมวนต่อวัน หารด้วย 20 (คือ 1 ซอง) แล้วคูณด้วยจำนวนปีที่สูบ ถ้าเกิน 5 ถือว่าเสี่ยง คือยิ่งสูบมาก สูบนาน ก็ยิ่งเสี่ยง สูบมาก แต่ไม่นาน ก้เสี่ยง สูบไม่มาก แต่สูบนาน ก็เสี่ยง)

ยังไม่นับ pasive smoker คือคนที่ไม่ได้สูบบุหรี่ แต่อยู่ในที่ที่มีคนสูบบุหรี่ หรือ อยู่ร่วมกับคนที่สูบบุหรี่ ก็ดมมันเข้าไปทุกวัน

ผู้ป่วยส่วนใหญ่สูบบุหรี่มาตั้งแต่วัยรุ่น เมื่ออายุประมาณ 45-50 ปีจะเริ่มป่วยเป็นหลอดลมอักเสบเรื้อรัง มีอาการไอมีเสมหะมักเป็นมากตอนเช้าหรือเวลาอากาศเย็น บางครั้งอาจมีเลือดปนออกมากับเสมหะด้วย อาการจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยเพาะถ้ายังไม่หยุดสูบบุหรี่ เป็นสัญญาณเตือนว่า ขณะนี้ ปอดได้ถุกทำงายจนไม่สามารถทำงานได้ตามปกติแล้ว

เมื่ออายุประมาณ 55 - 60 ปี ผู้ป่วยจะเข้าสู่ระยะที่ถุงลมถูกทำลายมากขึ้น กลายเป็นโรคถุงลมโป่งพอง หรือ emphysema(คือ COPD จะมีสองส่วนคือ chronic bronchitis หลอดลมอักเสบเรื้อรัง และ emphysyma คือถุงลมโป่งพอง ว่าง่ายๆคือบุหรี่ทำลายไปทั้งปอดเริ่มที่หลอดลมก่อนตามด้วยถุงลม) จะมีอาการเหนื่อยง่ายกว่าปกติ และจะเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อปอดถูกทำงานไปแล้ว ต้องเลิกบุหรี่เป้นระยะเวลานานกว่าสองเท่าของระยะเวลาที่สูบเพื่อให้สมรรถภาพปอดกลับคืนมาครึ่งหนึ่งของของเดิม (เช่นสูบบุหรี่มา 5 ปี ต้องเลิก 10 ปี ถึงจะได้ปอดกลับคืนมา 50 เปอร์เซ็นต์ของปอดปกติที่เคยมี)

สิ่งที่น่ากลัวมากที่สุดของ COPD คือ exacerbation หรือ อาการหอบกำเริบ มักเป็นเวลาอากาศเปลี่ยนแปลง หรือ ติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ เช่น เป็นหวัด คออักเสบปอดอักเสบ เป็นต้น ผู้ป่วยจะมีอาการหอบเหนื่อยมาก เนื่องจากหลอดลมที่มีการอักเรื้อรังจะไวต่อสิ่งกระตุ้นจากปัจจัยบางอย่างโดยเพาะที่กล่าวข้างต้นทำให้หลอดลมตีบเกร็ง และต้องพ่นยาขยายหลอดลม

พยากรณ์โรค COPD คือ เลวลง ผู้ป่วยจะมีอาการเหนื่อยง่ายมากขึ้นเรื่อยๆ จนไม่สามารถปฏิบัติกิจวัตรประจำวันได้ (แม้แต่กินข้าวก็เหนื่อย เนื่องจากมี autoPEEP หมายความว่าผู้ป่วย COPD จะมีความผิดปกติในการหายใจ ไม่สามารถหายใจออกได้หมด มีลมค้างอยู่ภายในปอดทำให้การหายใจเข้าครั้งต่อไปทำไม่ได้เต็มที่ถ้าอยากรู้ว่าเป้นอย่างไรลองหายใจเข้าให้สุดแล้วหายใจออกครึ่งเดียวทำซ้ำซัก 3-4 ครั้งก้จะเข้าใจว่า เหนื่อยแบบ COPD เป็นอย่างไร) นอกจากนี้แล้ว exacerbation ยังจะถี่ขึ้นเรื่อยๆ เรื่อยๆๆๆๆ ต้องเข้าออกโรงพยาบาลบ่อยๆ จากหนึ่งครั้งต่อปี เป็นสองสามเดือนครั้ง เป็นเดือนละครั้ง สองสามวันครั้ง และไม่ได้กลับออกไปเลยในที่สุด

เวลา exacerbate แรกๆก็พ่นยาอย่างเดียว ไม่เกิน 3 dose ก็หาย ต่อมาโรคเลวลง พ่นยาอย่างเดียวไม่หาย ก็ต้องให้ stearoid

แรกๆก็ได้ผล ต่อมาโรคเลวลงอีกก็ไม่ได้ผล ก็ต้องให้ขนาดสูงขึ้นเรื่อยๆ ให้ถี่ขึ้นเรื่อยๆ ผลข้างเคียงก็จะมากขึ้นเรื่อยๆ

นอกจากนี้แล้วเวลาเหนื่อยมากๆก็ต้องดม Oxygen ดมอย่างเดียวไม่ได้ผลก็ต้องใส่ท่อช่วยหายใจ

แรกๆใส่ รักษาไปคนไข้หายก็ถอดท่อได้

ต่อมาโรคเลวลงอีก ก้เริ่มถอดท่อไม่ได้ ผู้ป่วยก้จะเข้าไปใน ICU ติดเชื้อในโรงพยาบาล

เชื้อดื้อยา รักษาไม่ได้ แล้วก็ตายไป

ยังไม่นับภาระเรื่องต้องกินยาอย่างสม่ำเมสอ ต้องพ่นยาให้ถูกต้อง ต้องนั่นโน่นนี่เยอะแยะไปหมด ชีวิตจะยากขึ้นอีกมาก เนื่องจากร่ายกายไม่ปกติ

รวมระยะเวลาตั้งแต่เริ่มป่วยจนตาย ประมาณ 15-20 ปี ใครที่คิดว่าตายก็ตายไปผมบอกเลยว่าคิดผิด เพราะ COPD จะไม่ทำให้คุณตายอย่างสบาย แต่จะค่อยๆเหนื่อยมากขึ้นเรื่อยๆ ค่อยๆตายจากการขาดอากาศหายใจทีละน้อยๆ และคุณอาจจะเข้าใจว่าเวลาปลาขึ้นจากน้ำแล้วปลาจะรู้สึกอย่างไร

โชคดีที่โรคนี้เกิดจากการสูบบุหรี่ ถ้าเลิกซะ ก็ไม่เป็นแล้ว ง่ายๆ

ทนได้หรือ ถ้าปอดเป้นจุดดำๆเป้นตำหนิเต็มไปหมด ทนได้หรือ ถ้าต้องเข้าๆออกโรงพยาบาล แทนที่จะได้เอาเงินและเวลาไปเที่ยวเล่น กลับต้องเอามาละลายในโรงพยาบาล

นอกจากนี้การสูบบุหรี่ยังทำให้มีโอกาสเป้นมะเร็งตั้งแต่ปลายผมจรดปลายเท้า และทำให้เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ

ผมเห็นเด็กรุ่นใหม่ๆสูบบุหรี่เยอะมาก หรือว่าทุกๆคนอยากจะว่าเวลาเหนื่อยมากจนเหมือนจะตายแล้วจะเป็นยังไง หรืออาจจะอยากรู้ว่าcoronary heart disease เป็นอย่างไร อยากรู้ว่ามะเร็งกล่องเสียงเป็นอย่างไร อยากรู้ว่าการที่ต้องตายไปด้วยความทุกข์ทรมานเป้นอย่างไร

เลิกซะเถอะครับ และอย่าได้คิดจะสูบเลย แค่ COPD โรคเดียวก็น่ากลัวมากพออยู่แล้ว

ยาวหน่อบยและมีแต่เรื่องหนักๆทั้งนั้นเลย ชอบไม่ชอบก้บอกกันได้นะครับ อิอิ (comment กันตามสบายครับ ผมหน้าทนครับ ไม่รุ้สึกอะไรหรอก อิอิ)

2006/Feb/04

ผมลาพักร้อนมาเรียนเต้น ถ้าคนที่โรงพยาบาลรู้จะต้องกรี๊ดแน่ๆ

พอดีที่เชียงใหม่จัดงาน Pre aerobathon contest เป็นการอบรม aerobic instructor ผมก็ชอบอยู่แล้ว ก็เลยลงสมัครกับเขาด้วย

โดยทั่วไปสอนเต้น aerobic แต่ก็ได้เต้นอะไรที่ไม่ใช่ aerobic ด้วย ประมาณว่าเอา Jazz, Hip hop, Latinอะไรทำนองนี้มาผสมกัน

เวลาพักก็ยังไม่วาย เต้นกันอยู่นั่นแล้ว ช่างเป็นกลุ่มคนที่บ้าพลัง(เต้น)มากๆ รวมทั้งผมด้วย อิอิ สรุปว่าเต้นตั้งแต่แปดโมงครึ่ง แล้วไป fitness ต่อถึงสามทุ่ม

ตอนนี้เหนื่อยมาก แรงยกขายังไม่มีเลยตอนนี้ ปวดไปทั้งตัวเหมือนกระดูกจะหลุดออกมาเป็นชิ้นๆ (วันนี้ตอนท้ายๆผมเป็นตะคริวด้วยเพราะว่า fit ไม่พอ) แต่ว่าก็สนุกมากๆ และไม่เสียดายหรือเสียใจเลยแม้แต่น้อย เพราะนานๆจะได้เหนื่อยสะใจแบบนี้ซักที

คนที่รักการเต้น ส่วนใหญ่เป็นคนที่เชื่อมั่นในตัวเอง แต่จริงๆแล้วโดยส่วนตัวผมเป็นคนขี้อายมากๆและไม่ค่อยมั่นใจในตัวเอง ประมาณว่าทำยังไงก้ได้ที่จะไม่ให้ตัวเองเป็นจุดเด่น แต่ว่าผมชอบเต้นมาเลยครับ ผมไม่ชอบให้ใครมองผมเวลาเต้น แต่ผมก็เต้น เพราะเวลาเต้น มันเหมือน trance (ฌาน)อะไรซักอย่างประมาณไม่มีอะไร ไม่ต้องคิดอะไร มีแต่ตัวเรา เสียงเพลง และการเต้น ได้แสดงตัวตนของเราออกมาอย่างเต็มที่เป็นโลกเล็กๆของผมคนเดียวที่ผมสามารถดื่มด่ำกับมันได้อย่างเต็มที่

ประมาณว่าเวลาเข้าถึงบทเพลงแล้วเหมือนถึงจุดสุดยอด ใครอยากรู้ไปลองเอง อิอิ ฮ่าๆๆๆๆ

ผมได้ท่าใหม่เยอะมาก เดี๋ยวต้องลองไปหัด แล้วก็ได้เพื่อนใหม่เยอะมาก ช่วง 2-3 เดือนหงๆผมเอาชนะนิสัยขี้อายของตัวเอง ทำความรู้จักกับคนอื่นๆ ไม่น่าเชื่อว่าจะมีคนมาขอเบอร์ผมเยอะมาก ทั้งผู้หญิง และ เกย์ อิอิอิอิอิ แปลว่าเราก็ไม่ได้ขี้เหร่สินะเนี่ย

ถ้าแฟนผมรู้จะว่ายังไงนะ แต่ผมไม่ได้คิดอะไรเกินเลยนะครับ แค่เพื่อนที่รักการเต้นเหมือนๆกัน เวลามีเต้นอะไรสนุกที่ไหนจะได้เฮกันไป

รู้สึกดีที่ได้ใช้ชีวิตคุ้มค่าขึ้นมาอีกหน่อย

การที่ได้เจอผู้คนหลากหลาย รู้จักคนที่ความคิดเป็นเด็กและเป็นผู้ใหญ่ ได้พบพานเรื่องราบของชีวิตต่างๆมากมาย ทำให้ผมรู้จักตัวตนของตัวเองมากขึ้นด้วย (ว่าจริงๆแล้วความคิดอ่านและรูปร่างหน้าตาถึงไม่ดีมากแต่ผมก็ไม่ได้ขี้เหร่อะไรเลย แอบภูมิใจเล็กๆครับ อิอิอิอิ)

สนุกดีครับ

วันจันทร์นี้ผมต้องไปติดต่อเรื่องใช้ทุนและกลับไปทำงานอีกครั้ง ขอบคุณที่ให้เวลาผมได้พักผ่อนและทำอะไรที่ผมชอบบ้าง

รู้สึกเหมือนชาร์จแบยตเตอรีตัวเองจนเต็ม มีแรงไปทำงานต่อแล้วล่ะครับผม

...วันนี้มีเท่านี้เองครับ....

ปล1.ผมยัคิดถึงคุณเหมือนเดิมนะครับ

ปล2.ถึงผมจะเป็นคนอ่อนไหวง่าย แต่ว่าผมก็เป็นคนมีเหตุผลนะครับ เรื่องเล็กๆน้อยๆก็อย่าไปสนใจมากเลย

ปล3.คิดถึงผมบ้างนะครับ คนดี ผมไม่ได้ต้องการอะไรมาก แต่อยากเป็นกำลังให้ในเวลาที่อ่อนล้าเท่านั้นเอง

ปล4.ผมจะไปนอนแล้วครับ

ปล5.ขอลบออกนะครับ เลี่ยนเกินทน ฮ่าๆๆๆๆๆๆ